ทำไมถึงไม่ทำ Carrytrade กับ Lira ตุรกี กันแล้ว ???

ในปัจจุบันนี้หากต้องการหาผลตอบแทนในตลาดเงินตราต่างประเทศ (FX Market) จากอัตราดอกเบี้ยข้ามคืน หรือ ที่เรียกว่าค่าสวอป (swap) ด้วยการทำ carrytrade หนึ่งในสกุลเงินที่เป็นที่พูดถึงกันมากที่สุด ก็คือ ลีราตุรกี (Lira Turkey: TRY)

เพราะไม่ว่าจะจับคู่กับเงินสกุลใด เช่น USD, EUR หรือ GBP ก็ล้วนแต่ให้ค่า swap ที่สูงมาก เช่น จากข้อมูลของโบรกเกอร์ UAGTRADE เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2019 พบว่า ค่า swap short ของ USD/TRY = 122.65 Lira หรือประมาณ 22.3 USD/lot หรือ GBP/TRY = 313.41 Lira  หรือประมาณ 56 USD/lot

เมื่อนำไปเทียบกับ USD/CHF ที่คนส่วนใหญ่ทำ carrytrade แล้วพบว่าค่า swap long อยู่ที่ 7.66 CHF หรือ ประมาณ 7.8 USD/lot

ซึ่งเห็นได้ชัดเจนว่า การลงทุนในกลุ่มคู่เงิน TRY ได้รับค่าสวอปมากกว่า USD/CHF หลายเท่าตัว

แล้วทำไมเราถึงไม่ทำ carrytrade กับคู่เงิน TRY ???

เหตุผลไม่ยากเลยครับ ก็ เพราะว่า ค่าสวอปไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่เราใช้พิจารณาในการทำ carrytrade นั่นเอง!!! คือ การที่เราจะใช้เลือกว่าจะทำ carrytrade กับคู่เงินสกุลใดก็ตาม อย่างน้อยต้องพิจารณา 4 ปัจจัยหลัก คือ ค่าสวอป (swap), อัตราทด (leverage หรือ margin), ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและขาย (spread) และ ความผันผวนของคู่เงินสกุลนั้น (volatility) แล้วแต่ละปัจจัยสำคัญอย่างไร จะได้เล่าสู่กันฟังต่อไป..

ปัจจัยแรก คือ ค่าสวอป ซึ่งเกิดจากส่วนต่างระหว่างอัตราดอกเบี้ยของ 2 สกุลเงิน เช่น USD ให้ดอกเบี้ย 2% ต่อปี ขณะที่ TRY ให้ดอกเบี้ย 24% ต่อปี ส่วนต่างดอกเบี้ย 22% ทำให้ค่าสวอปของคู่เงิน TRY จึงอยู่ในระดับที่สูงมาก ดังนั้นถ้าดูแค่ปัจจัยแรกอย่างเดียว TRY ชนะคู่เงินสกุลอื่นๆ อย่างขาดลอย

ปัจจัยที่สอง คือ อัตราทด หรือ เรียกว่า leverage หรือ margin ก็ได้ คำว่าอัตราทด หมายถึง การที่เราวางเงินลงทุนเพียงแค่บางส่วนเพื่อลงทุนในค่าเงินสกุลต่างๆ เช่น ถ้าอัตราทด 100 เท่า หมายถึง การลงทุนในคู่เงินกลุ่ม USD 1 lot ซึ่งเป็นปกติเท่ากับ 100,000 USD เราจะใช้เงินลงทุนเพียงแค่ 100,000 USD/100 เท่า = 1,000 USD เท่านั้น หรือ อัตราทด 200 เท่า คือ แทนที่จะต้องลงทุน 100,000 USD ก็จะเหลือแค่เพียง 100,000 USD/200 เท่า = 500 USD ซึ่งอัตราทดก็คือตัวช่วยที่จะเพิ่มพลังการลงทุน โดยที่อัตราทด 100 เท่า หากค่าเงินเปลี่ยนแปลง 1% ผู้ลงทุนจะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 100% หรือ 100 เท่านั่นเอง

ต้องบอกว่า อัตราทดนี่ละครับ คือ ตัวที่ทำให้ความน่าสนใจที่จะเลือกกลุ่มคู่เงิน TRY เพราะทำ carrytrade ลดลง เพราะปัจจุบันโบรกเกอร์จำนวนมาก เรียกเงินวางในการลงทุนกลุ่มคู่เงิน TRY ทั้งหมดเป็น 10 เท่า!!! (1000%) ของคู่เงินสกุลหลักทั่วไป เพราะโบรกเกอร์มองว่ากลุ่มคู่เงิน TRY มีความเสี่ยงในการลงทุนที่สูงมาก จึงต้องเรียกเงินวางในการลงทุนมากตามไปด้วย ยกตัวอย่างสำหรับโบรกเกอร์ที่ให้อัตราทด 200 เท่าอย่าง UAGTRADE ถ้าเราจะลงทุนใน USD/CHF จำนวน 1 lot จะใช้เงินลงทุนขั้นต่ำแค่ 500 USD แต่ถ้าลงทุนใน USD/TRY จำนวน 1 lot เท่ากัน จะต้องใช้เงินลงทุนขั้นต่ำสูงถึง 5,000 USD เลยทีเดียว

ดังนั้น สมมติว่านักลงทุนมีเงิน 1,000 USD ถ้าใช้อัตราทดเต็มที่ 200 เท่า จะสามารถ Long USD/CHF ได้ 2 lot จะได้รับค่าสวอปประมาณ 7.8 USD/lot x 2 lot = 15.6 USD ขณะที่เงิน 1,000 USD เท่ากันจะสามารถ short USD/TRY ได้เพียง 0.2 lot เท่านั้น ซึ่งจะได้รับค่าสวอปประมาณ 22.3 USD/lot x 0.2 lot = 6.69 USD เท่านั้น

หรือ ด้วยเงินลงทุนที่เท่ากัน USD/CHF ได้ค่าสวอปต่อวันมากกว่า USD/TRY เกินกว่า 2 เท่า หรือ แม้จะเป็น GBP/TRY ด้วยเงินเท่ากันก็จะสามารถลงทุนได้เพียง 0.2 lot คือ ได้รับค่าสวอปต่อวัน = 56 USD/lot x 0.2 lot = 11.2 USD เท่านี้ก็พอที่จะสรุปเบื้องต้นได้แล้วว่า เมื่อพิจารณาทั้ง ค่าสวอป และ อัตราทด แล้ว การทำ carrytrade ในคู่สกุลเงิน USD/CHF นั้นคุ้มค่ากว่ากลุ่มคู่เงิน TRY นั่นเอง

ปัจจัยที่สาม คือ ส่วนต่างระหว่างราคาเสนอซื้อและขาย หรือ สเปรด (spread) ปัจจัยนี้จะมีผลต่อต้นทุนในการซื้อขาย ค่าสเปรดที่มากยิ่งทำให้จุดคุ้มทุนใช้เวลานานขึ้น ตรงจุดนี้ USD/CHF ก็มีความเสถียรของค่าสเปรดที่ดีกว่า คือ ไม่ค่อยเพิ่มขึ้นมากนักทั้งเวลาปกติ หรือ ช่วงที่มีข่าวสำคัญ แต่ถ้าเป็นกลุ่มคู่เงิน TRY ค่าสเปรดมักจะพุ่งสูงขึ้นมากเวลาที่มีข่าวสำคัญ

ปัจจัยสุดท้าย คือ ความผันผวนของคู่เงินสกุลนั้น หรือ volatility ปัจจัยนี้จะมีผลต่อการทำ rebalance หรือ ปรับจำนวนเงินในพอร์ตการลงทุนทั้ง 2 พอร์ตให้เท่ากันในระบบ carrytrade (หรือที่เรียกกันว่าโยกเงิน) จุดนี้ USD/CHF ก็มีความผันผวนน้อยกว่ากลุ่มคู่เงิน TRY เป็นอย่างมาก เพราะตัว CHF เองไม่ค่อยมีข่าวบ่อยๆ และน้อยครั้งมากที่จะเกิดการกระชากของกราฟแบบทีเดียวเป็นพันจุด ขณะกลุ่มคู่เงิน TRY นั้นความผันผวนระดับพันจุดหรือมากกว่านั้นเกิดขึ้นได้บ่อยๆ ซึ่งถ้ากราฟของคู่เงินนั้นผันผวนจนไม่สามารถโยกเงินมา rebalance ได้ทัน… ก็จะเกิดเหตุการณ์พอร์ตแตกได้ไงละครับ

ทั้งหลายทั้งปวงที่สาธยายกันมา คงทำให้ใครที่คิดถึง TRY คงพอจะเข้าใจแล้วนะครับว่า แม้ค่าสวอปของกลุ่มคู่เงิน TRY จะสูง แต่ทำไมเราถึงเลือก USD/CHF ในทำ carrytrade แทน อย่างไรก็ตามในอนาคตไม่ใช่ว่าเราจะปิดประตูการทำ carrytrade กับกลุ่มคู่เงิน TRY ตลอดไป เพราะถ้าเกิดโบรกเกอร์มีการปรับลดอัตราทดของกลุ่มคู่เงิน TRY ลงจาก 10 เท่า เหลือ 3 เท่า (300%) เหมือนเมื่อก่อน ก็อาจทำให้เรากลับมาคิดทำ carrytrade ในกลุ่มคู่เงิน TRY อีกครั้งก็ได้ แต่ก็ยังคงต้องดูปัจจัยอื่นประกอบกันไปด้วย หรือ ถ้าเกิด CHF ขึ้นดอกเบี้ยมากจนทำให้ส่วนต่างระหว่าง USD และ CHF น้อยลงจนได้รับค่าสวอปไม่คุ้มค่า ก็อาจจะต้องมาพิจารณาคู่เงินสกุลอื่นเปรียบเทียบกันต่อไป เพราะในโลกนี้ไม่น่าจะมีการลงทุนใดๆ ที่จะสามารถสร้างผลตอบแทนที่โดดเด่นได้ตลอดไป ทุกอย่างล้วนเป็นวัฎจักรทั้งนั้น สิ่งที่เคยดีอาจจะกลายเป็นแย่ หรือ สิ่งที่เคยแย่อาจกลายเป็นดี

แต่ที่แน่ๆ คือ เลือกตั้งเลื่อนแน่นอน และก็ยังไม่รู้ว่าจะได้เลือกตั้งกันอีกมั้ย…

ธนภัทร ธนิชานนท์
9 มกราคม 2019